'บิลท์แลนด์'รุกหนักตลาดอสังหาฯ ชูผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสำเร็จรูปนำทาง
วันพฤหัสบดี 08 - เสาร์ 10 กรกฏาคม 2010 ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

เปิดแนวรุก"บิลท์แลนด์"ลุยตลาดอสังหาฯยึดคัมภีร์โตตามพฤกษา-แอล.พี.เอ็น.โดยมีทั้งเครือข่าย รับเหมา และ โรงงานคอนกรีตปูพื้นสำเร็จรูป พีซีเอ็มอยู่ในมือ เผยลดทั้งต้นทุน-ความเสี่ยงธุรกิจ ชี้อนาคตแก้ปัญหาแรงงานฉาบปูนขาดแคลน ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสำเร็จรูปมาแรงและรุ่ง ตามอสังหาฯ ตั้งเป้ายอดขายพีซีเอ็ม 400 ล้านต่อปี และเตรียมงบอีก 400 ล้านจ่อซื้อที่ดินอีก 3 แปลง แนวรถไฟฟ้าผุดคอนโดฯ

นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวรุกในการบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าจะยึดหลักในการดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกับ บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่มีทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโรงงานผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป พรีคลาสต์ อยู่ในมือซึ่งจะส่งผลให้ช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสามารถควบคุมระยะเวลาในการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจ

เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็เพื่อ รองรับแผนการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง และบิลท์แลนด์ ยังเป็นหนึ่งในบริษัทลูกที่ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด(มหาชน) ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างถือหุ้น 100% และยังมีบริษัท พีซีเอ็ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตคอนกรีตปูพื้นสำเร็จรูป พีซีเอ็ม ที่พรีบิลท์ถือหุ้น 100% ด้วยเช่นกันและทั้งสามบริษัทจะสนับสนุนซึ่งกันและกันที่ถือเป็นจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

นายชัยรัตน์ กล่าวว่า นอกจากการสนับสนุนธุรกิจซึ่งกันและกันแล้วยังเป็นการลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจอีกด้วยกล่าวคือถ้าหากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เกิดสะดุดหรือมีปัญหา แต่บริษัทยังมีรายได้จาก การรับเหมาก่อสร้างที่ยังมีงานรับเหมาเข้ามาโดยตลอด รวมถึงยังมีรายได้จากการขาย พีซีเอ็ม ซึ่งเท่ากับเป็นการลดความเสี่ยงขององค์กร แต่ถ้าหากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปได้ดีก็จะทำให้ทั้งสองบริษัทในเครือมีอัตราการเติบโตตามไปด้วย

"แต่เราจะโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ก้าวกระโดดหลังจากผ่านวิกฤติปี 2540 มาแล้วทำให้ ได้บทเรียนซึ่งขณะนี้บริษัททั่วไปมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดและสถาบันการเงินไม่ยอมปล่อยสินเชื่อ ฉะนั้นการขยายธุรกิจจึงจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและระมัดระวังในเรื่องการก่อหนี้ โดยจะเห็นได้ว่า บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) 1: 1 "

นายชัยรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกับการผลิต พีเอ็มซี เพราะเห็นว่าในอนาคตจะมีปัญหาทางด้านแรงงาน ช่างฝืมือ ก่ออิฐ ฉาบ ปูน ซึ่งทั้งหายากและหาฝีมือดียาก สู้การใช้ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสำเร็จรูปที่งานปูนจะเรียบเนียนกว่าแม้ว่าจะทำให้ต้นทุนสูงกว่า แต่ทำให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จในระยะเวลาอันรวดเร็วแม้ต้นทุนจะสูงกว่าการใช้แรงงานคน ซึ่งถ้าส่งมอบลูกค้าเร็วเมื่อไรก็ทำให้รับรู้รายได้เร็วเท่านั้น และถ้ามีโครงการขึ้นเป็นจำนวนมากต้นทุนในการผลิตวัสดุสำเร็จรูปจะต่ำลง

ขณะนี้ โรงงาน พีซีเอ็มมีกำลังการผลิต 1 แสนตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากเดิม ที่มีกำลังการผลิต 5 หมื่นตารางเมตรต่อเดือนแต่เคยผลิตสูงสุด 2.1 แสนตารางเมตรต่อเดือนมาแล้ว ทำให้มีกำลังการผลิตเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก และแนวโน้มกำลังการผลิตมีอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นจากการที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโต โดยมียอดขายประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีทั้งบริษัทในเครือข่าย แลนด์แอนด์เฮ้าส์ เอพี คิวเฮ้าส์ เป็นต้น

ส่วนทิศทางของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 3 ปี จะมีสัดส่วนรายได้มากกว่า 50% โดยจะลงทุนโครงการใหม่ ๆ ปีละ 3 โครงการ จับลูกค้าตลาด บี+ถึงเอ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราคาตารางเมตรละ 8 หมื่นบาทไปจนถึง 1 แสนบาทและยึดทำเลที่อยู่อาศัยแนวสูง ยึดแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ถ้าตั้งราคาขายต่ำกว่านี้อาจจะมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ ขึ้นมารองรับโดยตรงเพื่อไม่ให้สับสน ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นแบรนด์ที่ขายในราคา ตารางเมตรละ 4 หมื่นบาท

"เวลานี้อยู่ระหว่างการเจราจาซื้อที่ดิน 2-3 แปลงย่านสุขุมวิทเพื่อเตรียมไว้พัฒนาโดยตั้งงบประมาณไว้ราว 300-400 ล้านบาท ภายใต้แนวคิดจะขึ้นโครงการคอนโดมิเนียมแนวสูงขนาด 79 ห้องและปิดโครงการภายในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง ขณะเดียวกันก็ดูที่ดินไว้สำหรับพัฒนาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ด้วย และภายในเดือนกันยายนนี้จะเปิดขาย โครงการเดอะแทมโป้ 2 ตั้งอยู่ซอยพหลโยธิน 2 มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาทและหลังจากปิดการขายโครงการแรก เดอะ แทมโป้ ซอยร่วมฤดี ไปแล้ว โดยจะทยอยรับรู้รายได้ในราวปลายปีนี้"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,546 8-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


วันพฤหัสบดี 08 - อาทิตย์ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4225 ประชาชาติธุรกิจ
คอลัมน์ จับกระแส
- พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต แต่งตั้ง "ภควิภา เจริญตรา" เป็นผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรธุรกิจและการตลาดผลิตภัณฑ์ รับผิดชอบดูแลงานด้านบริหารและพัฒนาทีมงานฝ่ายพันธมิตรธุรกิจและการตลาดผลิตภัณฑ์ของบริษัท