 |
 |
| PREB มั่นใจรายได้ปีนี้โต30% ตุนแบ็กล็อกในมือ 2,600 ล้านบาท |
วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2010 ที่มา: ข่าวหุ้น
|
| “พรีบิลท์” ฟุ้งรายได้ปีนี้มั่นใจทำได้ตามเป้าใหม่ 2,000 ล้านบาท เติบโต 30% เหตุตุนแบ็กล็อกในมือ 2,600 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปีนี้กว่า 60% ลุยประมูลงานใหม่เพิ่มเน้นงานสร้างโรงงานและออฟฟิศ คาดครึ่งปีหลังคว้างานเพิ่มอีก 1-2 โครงการ มูลค่ากว่า 600-700 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 3 เตรียมเปิดคอนโดใหม่ “The Tempo พหลโยธิน 2” มูลค่า 300 ล้านบาท เล็งเปิดขายเดือนกันยายนนี้
|
นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายใหม่ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท หรือเติบโต 30% จากเดิมที่ตั้งไว้ 1,800 ล้านบาท หรือเติบโต20% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,653.18 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีมูลค่างานก่อสร้างคงเหลือในมือ (Backlog) อยู่ที่ 2,600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% จะรับรู้รายได้ในปี 2554 และปี 2555
ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ บริษัทเตรียมยื่นประมูลงานใหม่อีกหลายโครงการ เน้นงานก่อสร้างโรงงาน และอาคารสำนักงาน คาดว่าจะได้งานใหม่เพิ่มอีก 1-2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 600-700 ล้านบาท
ส่วนผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/53 บริษัทคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และคาดว่าจะดีกว่างวดเดียวกันของปีก่อน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะดีกว่าไตรมาสที่ 1/53 ที่มีรายได้รวม 414.12 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 12.55 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้ลดลงจากไตรมาส 1/53 เพราะได้รับผลกระทบจากการเมืองไม่สงบที่อาจจะทำให้งานก่อสร้างชะลอไปบ้าง แต่ปัจจุบันก็ดีขึ้นและเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
นายวิโรจน์ เปิดเผยต่อว่า ในช่วงไตรมาส 3/53 ประมาณเดือนกันยายน 2553 นี้ บริษัทเตรียมจะเปิดขายโครงการ The Tempo พหลโยธิน 2 (ซอยกาญจนาคม) ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดซื้อที่ดินรองรับไว้พร้อมแล้ว และในไตรมาสที่ 4/53 เตรียมจะเปิดคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “The Tempo” อีก 1 แห่ง มูลค่าประมาณกว่า 300 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาซื้อที่ดิน เน้นทำเลที่อยู่ติดแนวเส้นทางรถไฟฟ้า โดยทั้ง 2 โครงการอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทย่อย คือ บริษัท บิลท์แลนด์ จำกัด และเป็นไปตามแผนปีนี้ที่บริษัทจะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มอีก 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 700 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทพยายามบริหารธุรกิจให้มีกำไรต่อเนื่อง และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน เพราะปัจจุบัน PREB เป็นหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 1/53 ในงบการเงินเฉพาะกิจการ เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/52 บริษัทมียอดรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างลดลง 30.28 ล้านบาท คิดเป็น 8.02% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้น 11.23% สูงกว่าไตรมาส 1/52 ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้น 4.78% เนื่องจากกำไรโดยเฉลี่ยของโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 1/53 สูงกว่าไตรมาส 1/52
บริษัทมีรายได้หลักรวมในไตรมาส 1/53 ลดลง 33.74 ล้านบาท แต่มีกำไรสุทธิรวม 12.55 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.07% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปี 2552 ประมาณ 9.78 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากผลกำไรที่สูงขึ้นของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แม้ว่าในส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมีผลขาดทุนประมาณ 3.52 ล้านบาท
|
|